เช็กความพร้อม 3 ขุนพล พีเค.แสนชัย — ลุย ONE ลุมพินี 137 ส่งท้ายปี

เช็กความพร้อม 3 ขุนพล พีเค.แสนชัย — ลุย ONE ลุมพินี 137 ส่งท้ายปี สามกำปั้นตัวแทนจากค่าย “พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม” นำโดย “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145–155 ปอนด์) พร้อมด้วยสองนักสู้รุ่นน้อง “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” และ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” พร้อมใจกันประกาศความพร้อมแบบเต็มร้อย หลังเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนในการซ้อมโชว์ (Open Workout) เพื่ออัปเดตสภาพร่างกายและฟอร์มการฝึกซ้อม
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งสามนักสู้โชว์ความคล่องตัวและความฟิตให้เห็นแบบชัด ๆ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะเดินหน้าล่าแต้มชัยในแมตช์สุดท้ายของปีให้ได้
ทั้งหมดเตรียมขึ้นเวทีในศึกใหญ่ส่งท้ายปี ONE ลุมพินี 137: ตะวันฉาย vs เมิงหยาง ซึ่งจะระเบิดความมันในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมนี้ ณ สนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) โดยคู่แรกจะเริ่มชกเวลา 19.30 น.

“ตะวันฉาย” คืนสังเวียนคิกบ็อกซิ่งเต็มตัว พร้อมล้างตา “หลิว เมิงหยาง” หลังเจ็บยาว
หลังพักรักษาอาการบาดเจ็บจนหายสนิท “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” กลับมาพร้อมความมั่นใจ เตรียมลงสนามพบกับคู่ปรับจากแดนมังกร “หลิว เมิงหยาง” ในศึกคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145–155 ปอนด์) ที่แฟน ๆ รอคอย แมตช์นี้ถือเป็นการนัดกันใหม่ หลังจากทั้งคู่เคยถูกวางให้เจอกันในศึก ONE ลุมพินี 126 เมื่อเดือนกันยายน แต่ตะวันฉายต้องถอนตัวเพราะเจ็บระหว่างซ้อม จนทำให้ “ชาโด้ สิงห์มาวิน” ต้องรับช่วงต่อ และแพ้คะแนนแบบเอกฉันท์ให้กับนักสู้ชาวจีนรายนี้
สำหรับตะวันฉาย ไฟต์นี้มีความหมายมากกว่าแค่การคืนเวที เพราะเขายังคงตั้งเป้าล่าฝันการเป็นแชมป์โลก ONE สองกติกาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังพลาดท่าโดนทีเคโอในยก 3 จาก “มาซาอากิ โนอิริ” เมื่อศึก ONE 172 เดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้พลาดโอกาสคว้าเข็มขัดคิกบ็อกซิ่งเฉพาะกาลอย่างน่าเสียดาย จึงทำให้การกลับมาครั้งนี้ เจ้าตัวมั่นใจเต็มร้อยและพร้อมพิสูจน์ว่าตนยังมีดีพอสำหรับเส้นทางสายคิกบ็อกซิ่ง
ตะวันฉายเผยว่า ช่วงเตรียมตัวที่ผ่านมาเขาทุ่มเทอย่างหนักกว่า 3 เดือน หลังพักรักษาตัวเกือบหนึ่งเดือนจนหายขาด
“ผมฟื้นตัวดีมาก ตอนนี้พร้อมสู้แบบเต็มกำลัง ถอนตัวครั้งก่อนก็เพราะอยากให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์ที่สุด และตอนนี้ผมพร้อมรบ 100% ครับ”
แม้จะยอมรับว่า “หลิว เมิงหยาง” เป็นนักสู้ที่มีจุดเด่นชัดเจน โดยเฉพาะการปล่อยหมัดเป็นชุดที่แม่นยำ แต่ตะวันฉายก็มั่นใจว่าตนมีเกมที่ครบเครื่องมากพอจะผ่านด่านหินนี้ไปให้ได้
“เขาเป็นคิกบ็อกเซอร์แท้ ๆ แทบไม่มีจุดอ่อนเลย ต้องเตรียมความอึดไว้ให้ดี ไฟต์นี้ผมจะโชว์ให้เห็นตะวันฉายสไตล์คิกบ็อกซิ่งแบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องปรับอะไรทั้งนั้น เก่งแบบไหนก็ใช้แบบนั้น มีโอกาสที่เกมจะไม่ครบยก อยู่ที่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนเท่านั้น”
เมื่อถูกถามถึงโอกาสชิงเข็มขัดต่องานในอนาคต ตะวันฉายเปิดใจว่าพร้อมชนทุกคน หาก “มาซาอากิ โนอิริ” ยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ
“ถ้าเขายังกลับมาไม่ได้ ผมเจอใครก็ได้ในกติกานี้ อยากพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่าที่ผ่านมา เพราะโดนแฟน ๆ ตำหนิเยอะเหมือนกัน แต่ถ้ามีสิทธิ์รีแมตช์กับมาซาอากิ ผมพร้อมเสมอ และหวังว่าเขาจะมาชกที่ไทยบ้าง”

“ยอดไอคิว” พร้อมเดินหน้าคว้าชัยไฟต์ที่ 9 ตั้งเป้าปิดเกม “ออสมานอฟ” ลุ้นซิวสัญญา ONE
อีกหนึ่งนักสู้ที่กำลังมาแรงจากค่ายพีเคฯ อย่าง “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” ประกาศชัดว่าไฟต์นี้เขาขอเดินหน้าต่อยอดผลงานสุดร้อนแรง ด้วยการล่าแต้มชัยเป็นไฟต์ที่ 9 ติดต่อกัน ในการพบกับคู่ดุจากรัสเซีย “เอลบรุส ออสมานอฟ” นักมวยจอมแข็งแกร่งที่ขึ้นชื่อเรื่องอาวุธหนักหน่วง บนสังเวียนมวยไทยรุ่นแบนตัมเวต
ยอดไอคิวตั้งเป้าชัดเจนว่าไฟต์นี้ต้องชนะให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อผลักดันตัวเองสู่เป้าหมายใหญ่—การได้สัญญากับ ONE อย่างเต็มตัว เพื่อเดินตามรอยเพื่อนพี่ร่วมค่ายอย่าง “ตะวันฉาย” และก้าวขึ้นไปสร้างชื่อบนเวทีระดับโลกให้สำเร็จ
เจ้าตัวเผยว่า ครั้งนี้เป็นการเตรียมร่างกายและแผนการชกที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เข้าร่วมชกในรายการของ ONE
“ผมฟิตซ้อมมา 2 เดือนเต็ม เป็นช่วงเตรียมตัวที่เข้มข้นมาก ศึกษาการชกของออสมานอฟมาตลอด โดยเฉพาะหมัดและลูกเตะกลับหลังของเขาที่อันตรายมาก ผมวางแผนรับมือไว้หมดแล้ว และมีอาวุธปิดเกมที่เตรียมไว้ให้แฟน ๆ ได้เห็นแน่นอน ไฟต์นี้หวังว่าจะคว้าสัญญา ONE ให้ได้ครับ”
ยอดไอคิวกำลังเข้าสู่จุดพีกของเส้นทางอาชีพ และไฟต์นี้อาจเป็นใบเบิกทางครั้งสำคัญ หากทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ แฟนมวยจับตารอชมได้เลยว่าเขาจะสร้างปาฏิหาริย์คว้าชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 9 ได้หรือไม่!

“ทองพูน” เปิดใจพร้อมประเดิมคิกบ็อกซิ่งครั้งแรก หวังโชว์ฟอร์มเดือดสยบ “จาง เป่ยเหมียน”
อีกหนึ่งความน่าสนใจของศึกครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่กติกาคิกบ็อกซิ่งเป็นครั้งแรกของ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” ที่ออกมาเผยความมั่นใจว่าเตรียมเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยผลงานในสายกีฬารูปแบบใหม่ แม้จะต้องพบกับคู่ต่อสู้จากแดนมังกร “จาง เป่ยเหมียน” ที่มีประสบการณ์เหนือกว่าในกติกานี้ แต่ทองพูนยืนยันว่าพร้อมเต็มที่และตั้งใจสร้างไฟต์ที่ดุเดือดให้สมกับความคาดหวังของแฟนมวย
ทั้งคู่จะโคจรมาพบกันในพิกัดคิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต (115–125 ปอนด์) ซึ่งทองพูนมองว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายและเป็นโอกาสดีในการเปิดเส้นทางอาชีพแบบใหม่บนสังเวียนระดับสากล
เจ้าตัวเล่าว่า การเตรียมตัวครั้งนี้เข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะต้องปรับระบบการชกให้เข้ากับสไตล์คิกบ็อกซิ่ง
“ผมซ้อมมาร่วม 6 เดือนเต็ม ปรับสเตปการชกหลายอย่าง และเพิ่มสปีดให้เร็วขึ้น เพราะกติกานี้ต้องใช้จังหวะที่ต่างจากมวยไทย ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สนุกดีครับ ผมกับจาง เป่ยเหมียนต่างก็เป็นมวยบู๊ น่าจะเปิดเกมแลกกันมันแน่นอน ถ้าผมชนะไฟต์นี้ได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมตัดสินใจเดินหน้าคิกบ็อกซิ่งแบบยาว ๆ เลยก็ได้”
ทองพูนพร้อมสร้างความประทับใจในไฟต์เปิดตัว และแฟน ๆ เตรียมลุ้นได้เลยว่าแมตช์นี้จะกลายเป็นก้าวสำคัญที่พาเขาเข้าสู่เส้นทางใหม่อย่างเต็มภาคภูมิหรือไม่!
ชื่อรายการ: ONE Lumpinee 137 (ONE Friday Fights 137)
วัน-เวลา: วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2025 เริ่ม 19:30 น. ดูมวยสดที่นี่ มวยวันนี้.LTD
สถานที่: สนามมวยลุมพินี (รายละเอียดสถานที่ตามประกาศ)
คู่สำคัญที่แฟนควรจับตา: ตะวันฉาย vs หลิว เมิงหยาง (คิกบ็อกซิ่ง), ทองพูน vs จาง เป่ยเหมียน (คิกบ็อกซิ่ง), ยอดไอคิว vs เอลบรุส (มวยไทย)







