ยังไม่ถึงจุดที่พอใจ “ซุปเปอร์บอน” ทบทวนเส้นทางปี 2568 ก่อนเดินหน้าทวงศักดิ์ศรีบนเวทีมวยโลก

ยังไม่ถึงจุดที่พอใจ “ซุปเปอร์บอน” ทบทวนเส้นทางปี 2568 ก่อนเดินหน้าทวงศักดิ์ศรีบนเวทีมวยโลก แม้จะยังครองบัลลังก์แชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต แต่สำหรับ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” ปี 2568 คือบททดสอบครั้งสำคัญของชีวิตนักสู้ ปีที่เต็มไปด้วยทั้งรอยยิ้มแห่งชัยชนะ และความผิดหวังที่ต้องกลืนลงคอ ทว่าเขากลับเลือกใช้ทุกบทเรียนเป็นพลังผลักดัน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าในปีถัดไป
เปิดปีด้วยความหวัง แต่จบด้วยความเจ็บปวด
การประเดิมศึกแรกของปี 2568 ไม่ใช่งานง่าย เมื่อซุปเปอร์บอนต้องเผชิญหน้ากับ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลกมวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต คู่ปรับที่เคยสร้างบาดแผลไว้ก่อนหน้า ในศึก ONE 170 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ไฟต์นี้ถูกจับตามองในฐานะการล้างตาครั้งสำคัญ หลังจากการชิงเข็มขัดครั้งแรกจบลงด้วยความพ่ายแพ้แบบสูสี
แม้จะเตรียมตัวมาอย่างรัดกุมและมั่นใจเต็มที่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดั่งใจ เมื่อซุปเปอร์บอนพ่ายทีเคโอในยกที่ 2 ทำให้ความฝันในการครองเข็มขัดมวยไทยต้องหยุดลงอีกครั้ง
“ผมเสียใจมากกับผลการแข่งขันครั้งนั้น เพราะเชื่อว่าตัวเองพร้อมแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าตะวันฉายวางแผนมาดีกว่า สิ่งที่ทำได้คือรับความจริงและนำมันมาเป็นบทเรียน”
กลับมายืนบนจุดสูงสุดด้วยหัวใจแชมป์
ช่วงปลายปี ซุปเปอร์บอนมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ในศึก ONE 173 เมื่อเขาต้องดวลกับ “มาซาอากิ โนอิริ” นักชกชาวญี่ปุ่นที่กำลังอยู่ในช่วงพีค หลังจากโค่นตะวันฉายมาได้และคว้าแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งเฉพาะกาล
ไฟต์นี้คือบทพิสูจน์ประสบการณ์และชั้นเชิงของซุปเปอร์บอนอย่างแท้จริง เขาเป็นฝ่ายควบคุมเกม ใช้การอ่านจังหวะและการออกอาวุธที่แม่นยำ เอาชนะไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ พร้อมรักษาตำแหน่งแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งไว้ได้อย่างสง่างาม
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวกลับมองว่าผลงานของตัวเองยังไม่สมบูรณ์แบบ
“ผมพอใจกับชัยชนะ แต่ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์ ผมให้ตัวเองแค่ 8 เต็ม 10 เพราะยังมีรายละเอียดที่ต้องพัฒนาอีก”
เป้าหมายปี 2569 : รักษาบัลลังก์ และล่าเข็มขัดเส้นใหม่
เมื่อมองภาพรวม ซุปเปอร์บอนยอมรับตรงไปตรงมาว่า ปี 2568 ไม่ใช่ปีที่ดีที่สุดในอาชีพนักมวยของเขา แต่ก็ไม่ใช่ปีที่ไร้ค่า เพราะทุกอย่างได้หล่อหลอมให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
สำหรับปี 2569 เป้าหมายชัดเจน คือการป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิ่งให้ได้นานที่สุด และกลับไปท้าทายความฝันเดิม นั่นคือการคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย มาครองให้ได้
“ผมอยากป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิ่งสัก 2–3 ครั้ง และหลังจากนั้นอยากกลับไปสู้ในกติกามวยไทย เพื่อคว้าเข็มขัดมาอีกเส้น”
ไม่เลือกคู่ชก พร้อมชนทุกความท้าทาย
ไม่ว่าจะเป็นการรีแมตช์กับตะวันฉาย คู่ปรับตลอดกาล หรือการเผชิญหน้ากับ “มารัต กริกอเรียน” นักสู้ระดับตำนานที่เคยปะทะกันมาแล้วถึงสองครั้ง ซุปเปอร์บอนยืนยันชัดว่า เขาพร้อมรับมือทุกคนโดยไม่เลือกหน้า
“ไม่ว่าจะกติกาไหน หรือคู่ชกเป็นใคร ผมพร้อมขึ้นชกและป้องกันเข็มขัดเสมอ”
บทบาทใหม่ นอกเหนือจากการเป็นนักสู้
นอกจากความสำเร็จบนสังเวียน ซุปเปอร์บอนยังให้ความสำคัญกับบทบาทเจ้าของค่าย “ซุปเปอร์บอน เทรนนิง แคมป์” ที่เขาหวังจะเป็นแหล่งสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ให้เดินตามความฝัน
“ผมอยากเห็นนักกีฬาในค่ายประสบความสำเร็จและมีความสุขเหมือนที่ผมเคยได้รับ ถ้าผมไม่ถ่ายทอดประสบการณ์ให้พวกเขา ผมคงเสียดายมาก”
แม้เส้นทางยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ “ซุปเปอร์บอน” ยังไม่หยุดเดิน และยังไม่หยุดฝัน บทต่อไปของนักสู้รายนี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง บนเวทีที่เขารักที่สุด
หากคุณเป็นคอมวยที่ไม่อยากพลาดทุกประเด็นร้อนของศึก “ONE 170” รวมถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการมวยไทยอย่างต่อเนื่อง
สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ มวยวันนี้ หรือจะสะดวกยิ่งขึ้น เพียงเพิ่มเพื่อนในไลน์ @MTD1 (อย่าลืมใส่ “@” นำหน้าด้วยนะครับ)







