The Kayan Leopard ปะทะเดือด “เชียร์” ชี้ชะตาอนาคตรุ่นอะตอมเวต ศึก ONE ลุมพินี 143

The Kayan Leopard ศึกมวยหญิงที่แฟนกีฬาต่อสู้ไม่ควรพลาดกำลังจะปะทุขึ้นใน ONE ลุมพินี 143 เมื่อสองนักสู้ฟอร์มแรงจากคนละซีกโลกต้องมาวัดกันแบบไม่มีถอย ระหว่าง “เวโร” นักชกสาวจอมแกร่งจากเมียนมา วัย 29 ปี และ “เชียร์ โคเฮน” จอมบู๊พลังอึดจากอิสราเอล วัย 25 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าใครเหมาะสมจะก้าวขึ้นเป็นตัวจริงบนเส้นทางล่าบัลลังก์แชมป์
การดวลครั้งนี้แข่งขันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105–115 ป.) กำหนดขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) พร้อมถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมกว่า 195 ประเทศทั่วโลก เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น.
สำหรับ “เวโร” เส้นทางในรายการ ONE เต็มไปด้วยบทพิสูจน์ความแกร่ง เธอเปิดตัวในปี 2568 พร้อมสไตล์การชกดุดันไม่เกรงใจใคร แม้ไฟต์แรกจะพ่ายให้กับ “ฟรานซิสกา เวรา” ในศึก ONE ลุมพินี 97 แต่ลีลาการแลกแบบไม่ถอยทำให้เธอคว้าโบนัสปลอบใจกลับบ้าน และกลายเป็นชื่อที่แฟนมวยจับตาทันที
หลังจากนั้น เวโรเดินหน้าโชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการหยุดสถิติไร้พ่ายของ “จูเนียร์ แฟร์เท็กซ์” ที่ชนะมา 7 ไฟต์รวด ด้วยชัยชนะทีเคโอในศึก ONE ลุมพินี 107 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 พร้อมรับโบนัสก้อนที่สองไปครอง ก่อนจะตอกย้ำความสม่ำเสมอด้วยการเอาชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “หลี่ หมิงรุย” จากจีน ในศึก ONE ลุมพินี 132
ไฟต์นี้เธอมีเวลาฟิตซ้อมยาวถึง 3 เดือน เพื่อเตรียมรับมือคู่ชกรุ่นน้องที่ยังไม่เคยแพ้ใคร และเป็นบททดสอบสำคัญว่าเธอพร้อมหรือยังสำหรับการขยับเข้าใกล้ตำแหน่งผู้ท้าชิงตัวจริงของรุ่น
ด้าน “เชียร์ โคเฮน” คืออีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตาในรุ่นอะตอมเวต เจ้าของตำแหน่งแชมป์ Road To ONE Thailand ซีซัน 2 ที่เลือกปักหลักฝึกซ้อมในค่ายแฟร์เท็กซ์ ร่วมกับยอดนักชกหญิงของไทยอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” และ “น้องแอ้ม แฟร์เท็กซ์” ส่งผลให้ฝีมือของเธอพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
เชียร์เปิดตัวใน ONE ได้อย่างสวยงาม ด้วยการเอาชนะทีเคโอ “เทโอโดรา คิริโลวา” จากบัลแกเรีย ในศึก ONE Fight Night 20 ก่อนจะย้ำความแข็งแกร่งด้วยชัยชนะคะแนนเอกฉันท์เหนือ “เอมี เพอร์นี” นักชกแถวหน้าของยุโรป ในศึก ONE Fight Night 25 ทำให้สถิติของเธอยังคงไร้พ่ายนับตั้งแต่ก้าวสู่เวทีระดับโลก
แม้ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกวางตัวเป็นผู้ท้าชิงเข็มขัดกับ “อัลลิเซีย” ในศึก ONE Fight Night 29 และ 32 แต่ต้องถอนตัวจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ครั้งนี้เชียร์จึงตั้งเป้ากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เพื่อไม่ให้โอกาสหลุดลอยไปซ้ำสอง
เมื่อทั้งสองต่างแบกความหวังของการขึ้นสู่เส้นทางชิงแชมป์ไว้บนบ่า การพบกันครั้งนี้จึงไม่มีพื้นที่ให้ความลังเล ใครแข็งกว่า ใครแน่นกว่า จะเป็นผู้ได้สิทธิ์ก้าวต่อไปบนเส้นทางบัลลังก์ ไฟต์นี้รับประกันความดุเดือดตั้งแต่ยกแรก จนถึงเสียงระฆังสุดท้ายอย่างแน่นอน
หากคุณเป็นคอมวยที่ไม่อยากพลาดทุกประเด็นร้อน รวมถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการมวยไทยอย่างต่อเนื่อง
สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ มวยวันนี้ หรือจะสะดวกยิ่งขึ้น เพียงเพิ่มเพื่อนในไลน์ @MTD1 (อย่าลืมใส่ “@” นำหน้าด้วยนะครับ)







