“เอ็งค์-ออร์กิล” เผยความรู้สึกหลังคว้าชัย พร้อมยกอดีตแชมป์โลก ONE ชาวมองโกเลีย “นารันตุงกาลัก จาดัมบา” คือแรงบันดาลใจสำคัญ

“เอ็งค์-ออร์กิล” เผยความรู้สึกหลังคว้าชัย พร้อมยกอดีตแชมป์โลก ONE ชาวมองโกเลีย “นารันตุงกาลัก จาดัมบา” คือแรงบันดาลใจสำคัญ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2025 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา), กรุงเทพฯ — ศึก “ONE Fight Night 38: ฟาบริซิโอ vs เอ็งค์-ออร์กิล” จัดเต็มไฟต์เด็ด และคืนวันนั้น กลายเป็นวันที่คนมองโกเลียทั้งประเทศต้องจดจำ เมื่อ Enkh‑Orgil Baatarkhuu (เอ็งค์-ออร์กิล บาทาร์คู) สร้างเซอร์ไพรส์พลิกโลก ก้าวขึ้นคว้าแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวตของ ONE Championship ได้อย่างยิ่งใหญ่
ในไฟต์นั้น เอ็งค์-ออร์กิล ส่งท้ายปี 2025 แบบยิ่งใหญ่ที่สุด — เขาทำสำเร็จด้วยการซับมิชชั่นเอาชนะแชมป์โลกเดิม Fabricio Andrade จากบราซิล ด้วยกลเม็ด “rear-naked choke” นาทีที่ 1:33 ของยกที่ 4
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เอ็งค์-ออร์กิลได้รับโบนัส “Performance of the Night” มูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากประธาน ONE โดยชัยชนะของเขาไม่เพียงสร้างชื่อ แต่ยังส่งสัญญาณชัดเจนถึงพลังของนักสู้จากมองโกเลียบนเวทีโลกอีกครั้ง

จุดเริ่มต้น และเส้นทางอันยากลำบากของเอ็งค์-ออร์กิล
เอ็งค์-ออร์กิล วัย 36 ปี เป็นนักสู้ที่ไม่ได้เกิดมามีทุกอย่างพร้อม — เขาเติบโตมาจากพื้นฐานมวยปล้ำ และผ่านบทพิสูจน์ที่โหดหิน และด้วยความมุ่งมั่น, ความตั้งใจ และการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้เขาโดดขึ้นมาจากเวทีค้นดาวรุ่งอย่าง “Road To ONE” จนได้รับโอกาสบนสังเวียนระดับโลก
ความพิเศษคือ การที่เขาได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจาก Narantungalag Jadambaa — แชมป์โลก ONE ชาวมองโกเลียคนแรก — ที่มองเห็นศักยภาพในตัวเขา ตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็น “ใจสู้ + วินัย + ความขยัน” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระดับสูงสุด
Jadambaa เคยกล่าวว่า แม้เอ็งค์-ออร์กิลจะไม่ได้โดดเด่นที่สุดทางด้าน “การชกสตริงก์” แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ “ความพยายามไม่ยอมแพ้, ทำงานหนัก และจริงใจ” — คุณสมบัติที่แชมป์ต้องมี และนั่นก็กลายเป็นรากฐานให้เขาเดินตามรอยรุ่นพี่อย่างมั่นคงจนถึงวันนี้
เบื้องหลังไฟต์: กลยุทธ์, ศิลปะการต่อสู้ และโมเมนต์ชนะใจแฟน ๆ
ไฟต์ระหว่างเอ็งค์-ออร์กิล กับ ฟาบริซิโอ ไม่ได้เป็นการแลกหมัดเปิดหน้าอย่างเดียว แต่กลับเป็นการวางแผนที่เฉียบขาด —
ยกแรกค่อนข้างนิ่ง ทั้งสองฝ่ายตั้งเกม รักษาระยะ และพยายามควบคุมจังหวะชก ผ่านการ clinch และการต่อสู้ระยะประชิด ก่อนที่เอ็งค์-ออร์กิลจะเริ่มส่งเตะหมุน (spinning back kick) เพื่อทำให้คู่ชกหยุดแนวรุกชั่วขณะ — เป็นสัญญาณให้เห็นว่าเขาไม่กลัว และพร้อมใช้กลยุทธ์เพื่อหาช่องว่าง
ในยกที่ 2-3 กลายเป็นช่วงที่เอ็งค์-ออร์กิลเริ่มกดดันมากขึ้น ใช้จังหวะชกตรง (jab + right straight) ผสมกับการดึงเกมลงพื้น (takedown) ทำให้ฟาบริซิโอเสียจังหวะ เดินเข้าสู่เกมที่เอ็งค์ถนัด — และการพยายามล็อก “D’Arce choke” ก็เกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันทางร่างกายอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งในยก 4 — เอ็งค์-ออร์กิล ใช้โอกาสที่คู่ชกเริ่มอ่อนแรง ดึงลงด้านล่าง เข้าสู่ clinch + ground & pound ก่อนจะล็อกคอ ฟาบริซิโอ จนหมดแรงและยอมแพ้ด้วย rear-naked choke — โมเมนต์นั้นคือช็อตประวัติศาสตร์ที่ทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกอย่างสมศักดิ์ศรี
แฟน ๆ ที่ติดตามจากโซเชียลและชุมชนออนไลน์ ต่างตื่นเต้นกับผลงานของเขา — หลายคนชื่นชมว่าเขาคือ “นักสู้หัวใจแท้จริง” ที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะถูกกดดันจนเลือดออก บ้างถึงกับบอกว่า: เสียงปรบมือ, เสียงเชียร์, และความภูมิใจ — ไม่ใช่แค่ของแฟน MMA แต่คือทั้งชาติที่ได้เห็นนักชกของตนยืนสูงสุดบนสังเวียนโลกอีกครั้ง
ความหมายและแรงบันดาลใจ — จากมองโกเลีย สู่เวทีโลก
ชัยชนะของเอ็งค์-ออร์กิล ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า
“ความพากเพียร + วินัย + ใจสู้” สามารถพาใครก็ได้จากจุดเริ่มต้นธรรมดา ไปถึงระดับโลก
นักกีฬาจากประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงด้าน MMA มาก่อน ก็มีโอกาส หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี และลงมืออย่างจริงจัง
สำหรับมองโกเลีย — นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของนักกีฬา แต่คือ “ความหวัง, ความภูมิใจ, และแรงบันดาลใจ” ให้กับคนรุ่นใหม่ที่ฝันจะก้าวสู่ระดับโลก
และที่สำคัญ — การที่เขาเดินตามรอยรุ่นพี่อย่าง นารันตุงกาลัก จาดัมบา (แชมป์โลก ONE มองโกเลียคนแรก) แสดงให้เห็นว่า “ตำนานสามารถสืบทอดได้จริง” เมื่อมีคนที่พร้อมสานต่อ
หากคุณเป็นคอมวยที่ไม่อยากพลาดทุกประเด็นร้อนของศึก “ONE Fight Night 38” รวมถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการมวยไทยอย่างต่อเนื่อง
สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ มวยวันนี้ หรือจะสะดวกยิ่งขึ้น เพียงเพิ่มเพื่อนในไลน์ @MTD1 (อย่าลืมใส่ “@” นำหน้าด้วยนะครับ)







