ไม่เปิดโอกาสให้ตัดสิน! “อายัด” มั่นใจหมัดหนักพอ ปิดบัญชี “ชาติพยัคฆ์” บนเวที ONE ลุมพินี

ไม่เปิดโอกาสให้ตัดสิน! “อายัด” มั่นใจหมัดหนักพอ ปิดบัญชี “ชาติพยัคฆ์” บนเวที ONE ลุมพินี ศึกมวยไทยบนเวทีระดับโลกกำลังจะเดือดอีกครั้ง เมื่อ “อายัด อัลบัด” กำปั้นวัย 24 ปีจากอิรัก เจ้าของฟอร์มร้อนแรง ประกาศชัดว่าการกลับมาครั้งนี้ เขาไม่ได้มาเพื่อชนะด้วยคะแนน แต่ตั้งเป้าหยุด “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” นักสู้หัวใจแกร่งวัย 27 ปีจากแดนใต้ ให้ได้ก่อนครบยก ในการดวลภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115–125 ปอนด์)
ไฟต์นี้ถูกวางให้เป็นคู่รองของศึก ONE ลุมพินี 138 ที่จะถ่ายทอดสดจากเวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา) ส่งสัญญาณความมันไปยังแฟนกีฬาการต่อสู้กว่า 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 16 มกราคมนี้ โดยเริ่มคู่แรกตั้งแต่เวลา 18.30 น.
แม้เส้นทางบนเวที ONE ลุมพินี ของ “อายัด” จะไม่ได้เริ่มต้นอย่างสวยหรู หลังพลาดท่าพ่ายแพ้ 2 ไฟต์แรก แต่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมงานคุณภาพ นำโดย เมห์ดี ซาทูต เจ้าตัวสามารถเร่งเครื่องพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว จนพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะได้ถึง 3 ไฟต์ติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทั้งด้านร่างกาย เทคนิค และสภาพจิตใจ
โดยเฉพาะผลงานใน 2 ไฟต์หลังสุดที่ “อายัด” ระเบิดฟอร์มโหด ปิดเกมน็อกเอาต์ตั้งแต่ยกแรกใส่ “เหนือเพชร ทีเด็ด99” และ “เพชรลำพูน หมวดดับลำปาง” แบบไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ตั้งตัว ส่งผลให้เขาคว้าโบนัสไฟต์ละ 350,000 บาท กลับบ้านไปแบบเต็มกระเป๋าถึงสองครั้งติด และกลายเป็นนักชกต่างชาติที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในรุ่นนี้
“ตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจของผมอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ผมรู้สึกมั่นใจและตื่นเต้นมากที่ได้ขึ้นชกอีกครั้งในระยะเวลาไม่นาน ปีที่แล้วผมขึ้นชกถึง 3 ไฟต์ ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะทุกไฟต์ให้บทเรียนและประสบการณ์ที่สำคัญมากสำหรับผม” อายัด กล่าวถึงความพร้อมก่อนขึ้นสังเวียน
ไฟต์ที่ 6 ของเขาบนเวทีแห่งนี้ ต้องเจอกับบททดสอบสำคัญอย่าง “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” นักชกไทยจอมอึดที่เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับคืนมา หลังไล่บดเอาชนะ “ซามันดาร์ คาซานอฟ” จากอุซเบกิสถาน ด้วยฟอร์มดุดัน ก่อนจะเรียกนับได้ในยกสุดท้าย และคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในศึก ONE ลุมพินี 133 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
อายัด ยอมรับว่าไม่อาจมองข้ามความแข็งแกร่งและประสบการณ์ของคู่ต่อสู้รายนี้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า จุดเด่นด้านความเร็วและทักษะการออกหมัดของตนเอง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาคุมเกมได้ตลอดทั้งไฟต์
“ชาติพยัคฆ์ เป็นนักสู้ที่อันตราย มีอาวุธครบเครื่อง ทั้งหมัดและแข้ง แต่ถ้าพูดกันตามตรง ผมมั่นใจว่าทักษะการออกหมัดของผมเหนือกว่า รวมถึงจังหวะความเร็วในการเล่นเกม ผมคิดว่าผมได้เปรียบในจุดนี้” กำปั้นจากอิรักเผยอย่างมั่นใจ
เขายังเสริมว่า ไฟต์นี้จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุก เดินกดดันตั้งแต่ต้น แต่จะไม่ใช่การบุกแบบผลีผลาม ทุกจังหวะถูกวางแผนมาอย่างรัดกุม เพื่อคุมพื้นที่ คุมจังหวะ และบังคับให้คู่ต่อสู้ต้องเล่นในเกมที่เขาถนัด
“ผมจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหา แต่ต้องเดินอย่างมีระบบ ใช้สมองไปพร้อมกับอาวุธ ผมอยากบีบให้เขาเล่นยาก และทำให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของผม”
นอกจากนี้ อายัด ยังเผยว่าได้เตรียมแผนรับมือหมัดซ้ายอันตรายของชาติพยัคฆ์มาเป็นพิเศษ ทั้งในแง่เกมรับและเกมสวนกลับ พร้อมเชื่อว่าหมัดฮุกซ้ายของตนเองก็หนักและเฉียบคมไม่แพ้กัน
“ผมซ้อมมาเพื่อรับมือหมัดซ้ายของเขาโดยเฉพาะ เกมป้องกันของผมแข็งแกร่งขึ้นมาก และผมก็เชื่อว่าหมัดซ้ายของผมสามารถสร้างความแตกต่างได้เช่นกัน”
ท้ายที่สุด อายัด ย้ำชัดว่า แม้ช่วงต้นเกมอาจต้องใช้เวลาอ่านเชิงและปรับจังหวะเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นเขาพร้อมเร่งเครื่องเต็มกำลัง และตั้งเป้าปิดเกมให้ได้โดยไม่ต้องพึ่งการตัดสินจากกรรมการ
“ผมจะกดดันตั้งแต่ยกแรก และไฟต์นี้ผมมั่นใจว่าแฟนมวยจะได้เห็นการจบเกมก่อนครบยกแน่นอน”
หากคุณเป็นคอมวยที่ไม่อยากพลาดทุกประเด็นร้อน รวมถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการมวยไทยอย่างต่อเนื่อง
สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ มวยวันนี้ หรือจะสะดวกยิ่งขึ้น เพียงเพิ่มเพื่อนในไลน์ @MTD1 (อย่าลืมใส่ “@” นำหน้าด้วยนะครับ)







