อดีตข้าราชการออกโรงชี้แจง เดินหน้าเปิดความจริง หลังถูกพาดพิงคดีล้มมวย

อดีตข้าราชการออกโรงชี้แจง เดินหน้าเปิดความจริง หลังถูกพาดพิงคดีล้มมวย กระแสข่าวร้อนในแวดวงมวยไทยกลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อประเด็นเรื่อง “ล้มมวย” ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในวงกว้าง จนสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อชื่อเสียงของผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยเฉพาะบุคคลที่อุทิศตัวอยู่เบื้องหลังนักมวยเยาวชนมาอย่างยาวนาน
ชนวนของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาไลฟ์สดผ่านสื่อออนไลน์ เปิดโปงขบวนการล้มมวยที่อ้างว่ามีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และมีเงินหมุนเวียนระดับหลายล้านบาทภายในเวลาไม่กี่เดือน คำกล่าวดังกล่าวสร้างความสนใจและตั้งคำถามในสังคมทันที
ไม่นานหลังจากนั้น “จ่าเจต ทองพิมาย” หัวหน้าค่ายมวยรถสวยจ่าเจต และอดีตข้าราชการ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและลูกศิษย์ พร้อมประกาศเตรียมไลฟ์สดชี้แจงทุกประเด็นอย่างตรงไปตรงมา โดยขอให้สังคมเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใคร
จ่าเจตระบุว่า ข้อกล่าวหาที่โยงถึงนักมวยในค่ายนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กและครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนจากต่างจังหวัดที่ตั้งใจใช้มวยเป็นโอกาสสร้างรายได้และอนาคต เขายืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ทำค่ายมวยมา ใช้เงินส่วนตัวดูแลทุกอย่างโดยไม่เคยพึ่งสปอนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าฝึกซ้อม ค่าเดินทาง หรือค่าตัวนักมวยที่มอบให้เด็กเต็มจำนวนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ
“ผมทำเพราะใจรัก อยากคืนสิ่งดี ๆ ให้สังคม” จ่าเจตกล่าว พร้อมอธิบายว่าปัจจุบันค่ายมีนักมวย 13 คน เด็กทุกคนได้รับการดูแลขั้นพื้นฐาน ทั้งเรื่องอาหาร การศึกษา และเงินสนับสนุนรายวัน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตและเรียนหนังสือได้อย่างไม่ลำบาก
สำหรับประเด็นการแข่งขันที่พ่ายแพ้ เขาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า ความแพ้ชนะในเวทีมวยมีหลายปัจจัย ทั้งสภาพร่างกาย การซ้อมที่ไม่สมบูรณ์ หรือการขึ้นชกแทนในรุ่นน้ำหนักที่เสียเปรียบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในวงการ และไม่ควรถูกตีความไปถึงการล้มมวยโดยไร้หลักฐาน
จ่าเจตยังย้ำว่า เขาไม่เคยใช้ความรุนแรงหรือกดดันนักมวยเมื่อแพ้การแข่งขัน แต่เลือกให้กำลังใจและแนะนำให้พัฒนาตัวเองมากขึ้น พร้อมฝากถึงแฟนมวยและสังคมว่า การกล่าวหาโดยขาดข้อเท็จจริงอาจทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่งได้อย่างไม่อาจย้อนคืน
ท้ายที่สุด เขาขอให้ทุกฝ่ายรอติดตามการไลฟ์สดชี้แจงจากปากนักมวยและค่ายอย่างครบถ้วน พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังผู้กล่าวหาว่า หากมีการกระทำผิดจริง เหตุใดจึงไม่มีหลักฐานนำมาดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นแพ้ชนะบนเวที แต่สะท้อนถึงความรับผิดชอบในการสื่อสาร ความยุติธรรมในสังคม และหัวใจของคนทำงานเบื้องหลังที่พยายามปกป้องความฝันของเด็ก ๆ จากคำกล่าวหาที่อาจทำร้ายพวกเขาไปตลอดชีวิต
หากคุณเป็นคอมวยที่ไม่อยากพลาดทุกประเด็นร้อนของ ข่าวสาร รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการมวยไทยอย่างต่อเนื่อง
สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ มวยวันนี้ หรือจะสะดวกยิ่งขึ้น เพียงเพิ่มเพื่อนในไลน์ @MTD1 (อย่าลืมใส่ “@” นำหน้าด้วยนะครับ)







